ยางรถยนต์นั้นเป้นส่วนประกอบที่สำคัญ โดย ยางจะเป็นตัวกลางถ่ายทอดพลังการขับเคลื่อน และการหยุดรถลงสู่พื้นผิวถนน ประโยชน์ของยางรถยนต์ทำให้รถสามารถเคลื่อนตัวหรือหยุดรถได้ จะเห็นว่าประโยชน์ของยางรถยนต์มีหน้าที่ที่สำคัญ ดังนั้น อย่าลืมหมั่นดูแลรักษาและใช้ยางให้ถูกวิธี เพื่อจะได้ใช้งานได้คุ้มค่าและปลอดภัย ก่อนที่จะไปดูแลยางรถ เรามาเลือกซื้อยางรถยนต์กันเลยดีกว่า จะมียี่ห้อไหนแนะนำบ้างไปดูกันเลย Bridgestone Bridgestone เป็นผู้ผลิตยางรถยนต์รายใหญ่ที่สุดในโลก ทางแบรนด์ให้ความสำคัญอย่างมากในการวิจัย และพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างไม่สิ้นสุด และยังมีสนามทดสอบยางรถยนต์กว่า 10 แห่ง ทั่วโลก รวมถึง Thai Bridgestone Proving Ground ขนาด 329 ไร่ ในประเทศไทยที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทดสอบและพัฒนาสมรรถนะของยางรถยนต์ในทุกสภาวะการใช้งาน และสภาพพื้นผิวถนนในลักษณะต่าง ๆ เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจยางได้ว่ายางทุกเส้นของบริดสโตนให้ความปลอดภัยและคุณภาพที่เหนือระดับทุกการใช้งาน YOKOHAMA แบรนด์ยอดนิยมอีกยี่ห้อในตลาดบ้านเราที่ผลิตยางออกมาหลายรุ่น พัฒนายางจากสนามแข่งสู่การใช้งานบนท้องถนนจริง สำหรับใครที่อยากเปลี่ยนยางรถยนต์สำหรับรถเก๋งและยังลังเลว่าจะเปลี่ยนยางรถยนต์ยี่ห้อไหนดี แบรนด์นี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่น่าสนใจ จุดขายมาจากเสียงผู้ใช้งานและขึ้นชื่อเรื่องความนุ่มเงียบ ช่วยลดเสียงรบกวนของยาง เหมาะมากๆ กับรถเก๋งที่ต้องการความเงียบและนุ่ม Michelin นับว่าเป็นแบรนด์ที่คุ้นหูอีกหนึ่งแบรนด์สำหรับคนไทย นั่นก็คือ Michelin ไม่ว่าใครต่างต้องเคยเห็น หรือคุ้นเคยกับตัว Mascot จากแบรนด์นี้อย่างแน่นอน โดยยางรถเก๋งแบรนด์นี้นับว่าเป็นอีกแบรนด์ที่มีตัวเลือกให้เลือกได้ตามลักษณะการใช้งาน ด้วยอายุของแบรนด์ที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1889 จึงสั่งสมประสบการณ์ และมีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง พร้อมสร้างผลงานในสนามแข่งขันไว้หลากหลายสนาม Dunlop แบรนด์ยางที่มีตลาดที่โดดเด่นในบ้านเราอย่างมาก และในมุมของธุรกิจ Dunlop Tyre เป็นส่วนหนึ่งของ Goodyear Tyre and Rubber Company ซึ่งมีการก่อตั้งครั้งแรกที่ Dubiln ประเทศ Ireland ในปี 1890 สำหรับแบรนด์ของ Dunlop นั้นเน้นในด้านการพัฒนายางที่คุมค่ากับราคา ด้วยการพัฒนายางที่มีคุณภาพ ...
Read Moreทุกๆ ท่านที่ขับรถขับรากันนั้น ก็คงจะมีหลายท่านสงสัยเกี่ยวกับ “หน้าปัดรถยนต์” กันอย่างแน่นอนครับ เพราะมีสัญลักษณ์ที่โชว์สิ่งต่างๆ มากมายเลยก็ว่าได้ครับ บทความนี้เลยยากจะพาทุกๆ ท่านไป “รู้จักกับ สัญลักษณ์ต่างๆ บนหน้าปัดรถยนต์” กันดีกว่าครับ มีหลายสัญลักษณ์ที่น่าสนใจกันแบบไหนบ้าง เราไปชมกันเล้ยย หน้าปัดรถยนต์สำคัญอย่างไร? หน้าปัดรถยนต์จึงมีบทบาทสำคัญในการสื่อสารข้อมูลระหว่างรถกับผู้ขับ ช่วยให้การขับขี่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น หากมีหน้าปัดที่ดีมีระบบการแสดงข้อมูลที่ชัดเจน ครบถ้วน ผู้ขับก็จะสามารถควบคุมและตรวจสอบสถานะต่างๆ ของรถได้อย่างดียิ่งขึ้น ทำหน้าที่แสดงข้อมูลและสถานะการทำงานของรถยนต์ในด้านต่างๆ ดังนี้ ►มาตรวัดความเร็ว (Speedometer) แสดงความเร็วของรถขณะเคลื่อนที่ ช่วยให้คนขับสามารถควบคุมความเร็วได้อย่างเหมาะสม ►มาตรนับรอบเครื่องยนต์ (Tachometer) แสดงจำนวนรอบต่อนาทีของเครื่องยนต์ ช่วยป้องกันการใช้งานเครื่องยนต์ที่รอบสูงจนเกินไป ►มาตรวัดระดับน้ำมันเชื้อเพลิง แสดงปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่เหลืออยู่ เพื่อให้คนขับทราบและเติมน้ำมันไม่ให้หมดระหว่างทาง ►มาตรวัดอุณหภูมิน้ำหล่อเย็น แสดงอุณหภูมิของน้ำหล่อเย็นเครื่องยนต์ เพื่อป้องกันอุณหภูมิสูงจนเครื่องยนต์เกิดความเสียหาย ►ไฟเตือนต่างๆ เช่น ไฟเตือนถังน้ำมันใกล้หมด ไฟเตือนเบรกมือลืมปลด เป็นต้น ช่วยเตือนให้คนขับรับทราบสถานการณ์จำเป็นต่างๆ ►หน้าจอแสดงข้อมูลอื่นๆ เช่น ระยะทางเดินทาง ข้อมูลการประหยัดน้ำมัน ระบบนำทาง เป็นต้น หน้าปัดรถยนต์จึงมีบทบาทสำคัญในการสื่อสารข้อมูลระหว่างรถกับผู้ขับ ช่วยให้การขับขี่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น หากมีหน้าปัดที่ดีมีระบบการแสดงข้อมูลที่ชัดเจน ครบถ้วน ผู้ขับก็จะสามารถควบคุมและตรวจสอบสถานะต่างๆ ของรถได้อย่างดียิ่งขึ้น ยกตัวอย่างไฟแสดงต่างๆ บนหน้าปัดรถ ●สัญลักษณ์แจ้งเตือนบนหน้าปัดไฟสีแดง สัญลักษณ์เหล่านี้จะแจ้งเตือนเป็นไฟสีแดง ซึ่งหมายความว่ารถยนต์ของคุณมีอาการผิดปกติอย่างรุนแรง อันตราย อาจเกิดอุบัติเหตุได้ คุณหยุดรถและเช็กอาการตามที่ไฟแจ้งเตือนบอกทันที ●ไฟเตือนระบบเบรก เบรกมือค้างอยู่ ยังไม่ได้เอาเบรกมือลงหรือปลดเบรกมือลงไม่สุด หากฝืนวิ่งต่อ รถจะเคลื่อนตัวได้ช้าเพราะติดเบรกอยู่ และเบรกอาจไหม้ได้ ●ไฟเตือนอุณหภูมิเครื่องยนต์ เครื่องยนต์ทำงานหนักติดต่อกันเป็นเวลานาน หรือน้ำในหม้อน้ำหมดหรือรั่ว จนส่งผลให้การระบายความร้อนเรื่องยนต์มีปัญหา ต้องจอดเช็กทันที ไม่เช่นนั้นเครื่องยนต์อาจน็อกได้ ●ไฟเตือนระดับน้ำมันเครื่องต่ำ น้ำมันเบรกรถยนต์ต่ำเกินมาตรฐาน อาจได้กลิ่นไหม้ร่วมด้วย เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น น้ำมันเครื่องรั่วหรือตัวกรองน้ำมันเครื่องอุดตัน ส่งผลให้เครื่องยนต์ร้อนเกินไป เครื่องยนต์ทำงานเสียงดังผิดปกติ ...
Read Moreเรื่องของการดูแลรักษารถยนต์เป็นอะไรที่ต้องเอาใจใสพอสมควรเลยหล่ะครับ เพราะการใช้รถยนต์นั้นจะต้องขับอยู่ทุกๆ ซึ่งรถยนต์นั้นหากไม่ดูแลให้ดีก็จะพบปัญหามากมายเลย บทความนี้จะพาทุกๆ ท่านไปพบกับ “วิธีการเปลี่ยนยางและความรู้เกี่ยวกับยางรถยนต์” กันดีกว่าครับ จะเป็นอย่างไรกันบ้างนั้น… ปัญหาเกี่ยวกับยางรถยนต์ • ปัญหาการสึกหรอของดอกยาง ไม่สม่ำเสมอกัน ปัญหาของดอกยางสึกหรอไม่สม่ำเสมอกันนั้น สามารถเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น ผู้ขับขี่เติมลมยางไม่เหมาะสมกับยางรถยนต์ทำให้หน้ายางสัมผัสกับถนนในองศาที่ไม่เหมาะสม ส่งผลทำให้ดอกยางสึกหรอไม่สม่ำเสมอหรืออาจเกิดจากปัญหาเกี่ยวกับช่วงล่างของรถและศูนย์ล้อที่ไม่ถูกต้องก็สามารถนำไปสู่ความผิดปกติของยางรถยนต์ได้ หากผู้ขับขี่ตรวจสอบแล้วพบว่าดอกยางเริ่มสึกหรอบางจุดหรือผิวหน้ายางสึกหรอไม่สม่ำเสมอ ควรนำรถไปรับการตรวจสอบโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ โดยเร็วที่สุด • ปัญหายางรถยนต์มีรอยแตกที่แก้มยาง หากผู้ขับขี่พบว่าบริเวณแก้มยางรถยนต์ของคุณมีรอยแตกลายงา รอยแยก รอยบาดหรือรอยขีดข่วน ปัญหาดังกล่าวอาจเกิดได้จากการที่คุณขับขี่ตกหลุมบ่อบ่อยครั้งจนทำให้ยางสึกหรอจากแรงกระแทกอย่างรุนแรง อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ยางรถยนต์ของคุณเกิดรอยแตกได้นั้นก็คือยางรถยนต์ของคุณใช้ความดันลมยางที่ต่ำเกินไปหรือบรรทุกของที่มีน้ำหนักมากเกินไป ส่งผลทำให้ยางรถยนต์กักเก็บความร้อนหรือโอโซนภายในยางไว้มากเกินไปจนทำให้ยางรถยนต์ของคุณสึกหรอและมีรอยแตกเกิดขึ้น ซึ่งปัญหาดังกล่าวมานั้นอาจทำให้ยางแตกหรือระเบิดในขณะขับขี่ได้หากไม่รีบแก้ไข เพราะฉะนั้นหากพบว่ายางรถยนต์ของคุณมีรอยแตกบริเวณแก้มยางควรนำรถเข้ารับการตรวจสอบโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ เพื่อทำการซ่อมยางรถยนต์หรือเปลี่ยนยางใหม่ • ปัญหายางปูด ยางบวม หากผู้ขับขี่ตรวจพบยางปูด ยางบวม การแก้ไขแรกที่ควรทำมากที่สุดคือนำรถไปเปลี่ยนยางใหม่โดยเร็วที่สุด เพราะปัญหายางปูด ยางบวม เป็นสัญญาณของความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นภายในโครงสร้างยางหรือความเสียของยางทั้งเส้น หากผู้ขับขี่ฝืนขับต่อไปอาจทำให้ยางระเบิดหรือยางแตกในขณะขับขี่จนอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงต่อผู้ขับขี่และผู้ใช้ถนนผู้อื่นอีกด้วย วิธีการเปลี่ยนยางอะไหล่ด้วยตนเอง 1. ใช้บล็อกถอดล้อคลายน็อตล้อออกด้วยการหมุนทวนเข็มนาฬิกา วิธีการนี้ต้องออกแรงพอสมควร อาจใช้เท้าเหยียบที่บล็อกถอดล้อ เพื่อใช้น้ำหนักตัวเป็นแรงดันในการขันน็อต หรือถ้าให้ดี ควรมีท่อแป๊ปเหล็กเก็บไว้หลังรถสัก 1 อัน เมื่อต้องขันน็อตล้อยาง ให้นำท่อแป๊ปเหล็กมาเสียบต่อกับมือจับของบล็อกบล็อก เพื่อช่วยผ่อนแรงในการขันน็อต 2. ใช้แม่แรงยกรถให้ลอยขึ้น วิธีการ คือ เปิดดูคู่มือรถยนต์ ในคู่มือจะมีบอกตำแหน่งที่ควรสอดแม่แรง ให้เอาแม่แรงสอดเข้าไปบริเวณนั้น แล้วใช้บล็อกถอดน็อตช่วยขันแม่แรงให้รถลอยขึ้นจากพื้นถนน ค่อย ๆ ถอดน็อตออกให้หมด แล้วพยายามดึงล้อที่เสียหายออกมา 3. ใส่ยางอะไหล่เข้าไปแทนที่ยางเส้นเดิม หลังจากนั้นให้ขันน็อตเข้าที่ยางอะไหล่ในทิศทางหมุนตามเข็มนาฬิกา มีเทคนิค คือ ให้ใช้มือขันน็อตเข้าไปที่ยางอะไหล่ให้สุด แต่อย่าเพิ่งขันน็อตจนแน่นมาก จากนั้นก็ลดแม่แรงลงให้ล้อติดพื้น เอาแม่แรงออก แล้วขันน็อตที่ยางอะไหล่ให้แน่นที่สุด เพียงเท่านี้ก็เรียบร้อย เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับข้อมูลเกี่ยวกับ “วิธีการเปลี่ยนยางและความรู้เกี่ยวกับยางรถยนต์” ที่เราได้นำมาฝากท่านผู้อ่านทุกๆ ท่านกันในบทความข้างต้นนี้กันครับ คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์และข้อมูลที่ดีติดตัวกันไปนะครับ
Read Moreว่ากันด้วยเรื่องของรถยนต์แล้วนั้น การที่เรามีความรู้เกี่ยวกับสภาพเครื่องยนต์และสมรรถภาพของตัวรถเราเองนั้น เป็นเรื่องที่ดีที่จะทำให้เราสามารถวิคราะห์หรือตรวจสอบ สังเกตอาการเบื้องต้นก่อนที่เราจะนำรถไปเข้าศูนย์หรืออู่ต่างๆ ซึ่งจะทำให้เราบอกปัญหากับช่างได้ตรงจุด วันนี้เราเลยอยากจะมาแชร์ความรู้เกี่ยวกับ “แนวทางการเช็คช่วงล่างของรถยนต์ที่ต้องเรียนรู้” ที่น่าสนใจกันครับ จะเป็นอย่างไรกันบ้างนั้น…เราไปชมกันดีกว่าครับ
Read Moreหลายๆ ท่านที่กำลังมองหารถยนต์เพื่อขับไปทำงานหรือกิจกรรมต่างๆ หากเป็นรถมือหนึ่งแล้วนั้น ก็ต้องทำการจองรถผ่านเซลล์ขายตามศูนย์ต่างๆ ซึ่งการที่จะเข้าใจฟังก์ชั่นและสมรรถนะของรถได้มากขึ้นก็คงจะต้องอาศัยเซลล์ที่จะอธิบายเกี่ยวกับรถให้เราฟังเป็นหลักครับ วันนี้เราอยากจะมาแนะนำเกี่ยวกับ “ข้อควรระวังหากเซลล์ขายรถ ส่งรถให้เราไม่ตรงที่ต้องการ” เพื่อเป็นความรู้ให้กับทุกๆ ท่านกันครับ จะเป็นอย่างไรกันบ้างนั้น…เราไปชมกันดีกว่า
Read More“รถยนต์” นับได้ว่าเป็นเครื่องสำหรับใช้ในการเดินทางไปทำกิจกรรมต่างๆ ซึ่งนับว่ามีความจำเป็นต่อชีวิตประจำวันของทุกๆ เป็นอย่างมากครับ ซึ่งการมีรถยนต์เป็นของตนเอง จะทำให้การใช้ชีวิตประจำวันของท่านสะดวกมากขึ้นครับ วันนี้เราอยากจะแนะนำทุกๆ ท่านที่ยังมีต้นทุนหรือเงินไม่มากพอที่จะออกรถคันใหม่ ให้รู้จักกับ “รถยนต์มือสอง” พร้อมกับบอก “หลักการเลือกรถมือสอง” แบบคร่าวๆ ให้กับท่านได้ลองไปศึกษากันครับ จะเป็นอย่างไรบ้างนั้น…เราไปชมกันเล้ยย
Read Moreด้วยกระแสของ “รถไฟฟ้า” กำลังเป็นเทรนด์ยอดนิยมของคนในสมัยที่ปัจจุบันราคาน้ำมันกำลังพุ่งสูงค่าครองชีพก็สูงขึ้นเช่นกัน จึงทำให้รถขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าต่างๆ จึงเป็นที่ต้องการในตลาดเป็นอย่างมากครับ หลากท่านอาจจะเคยได้ยินเกี่ยวกับ “รถกอล์ฟ” ที่เรามักจะเห็นตามสนามกอล์ฟกันใช่มั้ยครับ ณ ตอนนี้กำลังเป็นที่น่าสนใจสำหรับใครหลายคน บทความนี้จะขอพาทุกๆ ท่านไปทำควารู้จักกับ “รถกอล์ฟ มีดีมากกว่าแค่ขับในสนาม” กันหน่อยดีกว่าครับ
Read Moreด้วยค่าใช้จ่ายหรือค่าครองชีพที่แพงขึ้น สวนทางกับรายได้ในบางคนนั้น ย่อมต้องเกิดคำถามและหาทางในการประหยัดค่าใช้จ่ายกันมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของค่าน้ำมันและการเดินทางนั้นเอง บทความนี้เลยอยากจะพาทุกๆ ท่านไปศึกษาเกี่ยวกับ “ข้อดีของการใช้รถยนต์ขับเคลื่อนไฟฟ้า ที่คนรุ่นใหม่ต้องโดน!!” ที่หลายๆ ท่านอาจจะสนใจกันครับ พร้อมกับแนะนำรถยนต์ไฟฟ้าที่น่าสนใจเผื่อไปด้วยเลยครับ เราไปชมกันเล้ยย!!!
Read Moreทางเลือกของการขับรถนั้นมีมากมายหลายอย่าง ซึ่งมีทั้งสิ่งที่น่าสนใจและน่าลอง ซึ่งหนึ่งในบรรดารถที่กำลังได้รับความนิยมกันอยู่ในปัจจุบันนั้นก็คือ “รถกอล์ฟ” ยังไงหล่ะครับ วันนี้เราจึงอยากพาทุกๆ ท่านไปศึกษาค้นคว้ากันดูสิว่า “ขขข้อดีและข้อสัยของรถกอล์ฟ” เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วจะเป็นอย่างไรบ้างกันครับ เพื่อเป็นการไม่เสียเวลา เราไปชมกันดีกว่าครับผม!! ทำความรู้จักกับรถกอล์ฟกันสักหน่อย! รถกอล์ฟ คือ รถที่มักใช้ในสนามกอล์ฟ เนื่องจากสนามมีขนาดใหญ่ จึงใช้เพื่อขนของหรือสัมภาระต่างๆ ที่มีน้ำหนักมากและพาโปรกอล์ฟไปยังจุดต่างๆ เพื่อสนุกสนานกับกีฬากอล์ฟ มีทั้งแบบเป็นรถกอล์ฟไฟฟ้าและน้ำมันเป็นพลังงาน ซึ่งขึ้นอยู่กับความต้องการใช้งานของทุกๆ ท่านเป็นหลัก เพราะเครื่องยนต์ทั้ง 2 แบบ ย่อมให้แรงขับที่แตกต่างกันนั้นเองครับ จุดเด่นของรถกอล์ฟไฟฟ้ามีอะไรบ้าง? สามารถจุผู้โดยสารได้ตั้งแต่ 2 – 6 คน สามารถขับเคลื่อนได้ระยะทางสูงสุดตั้งแต่ 70 – 100 กิโลเมตร ขึ้นอยู่กับแต่ละรุ่น ความเร็วสูงสุดที่ทำได้ราวๆ 22-23 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โครงสร้างรถทำจากเหล็ก พลังงานแบตเตอรี่ 8 โวทล์ 170 แอมป์ จำนวน 6 ลูก มอเตอร์จับเคลื่อน DC 48 โวลท์ 3-4 กิโลวัตต์ มักมาในดีไซน์สีขาวสะอาด ซึ่งเป็นเอกลักษณ์โดยทั่วไปของรถกอล์ฟ เปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียของการใช้รถกอล์ฟ ●ข้อดี ประหยัดพลังงานไฟฟ้า ถือเป็นข้อดีของรถกอล์ฟไฟฟ้าเลย เพราะมันประหยัดพลังงาน และสามารถใช้งานได้เป็นอย่างดีแน่นอน ทำให้คุณสามารถใช้งานได้ดี และสามารถใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย และยังสบายกระเป๋าอีกด้วย เพราะพลังงานไฟฟ้าราคามันถูกเป็นอย่างมาก ทำให้ประหยัดกว่าการใช้น้ำมัน ●ข้อเสีย ไม่สามารถใช้งานในสถานที่ไกลๆ หรือสถานที่ที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง เพราะมีระยะเวลาในการใช้งานแต่ละครั้งสั้น ซึ่งหากไปที่ไกลๆ ก็อาจจะทำให้เบตเตอรี่หมดก่อนที่จะไปชาร์จ แถมการชาร์ทไฟแต่ละครั้งกชย่อมใช้เวลา ไม่สามารถใช้งานได้ทันทีอีกทั้งยังไม่สามารถขับขี่บนท้องถนนหลักได้อีกด้วยครับ วิธีดูแลรถกอล์ฟที่น่าสนใจ ●ควรบรรทุกตามน้ำหนักที่กำหนด ...
Read Moreไม่ว่าการจะทำอะไร ที่ไหน อย่างไรและเมื่อไหร่นั้น… ย่อมมีสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำผสมปนเปกันอยู่เสมอๆ ไม่เว้นแม้แต่เรื่องของการใช้งานสิ่งของต่างๆ ซึ่งในบทความนี้จะพาทุกๆ ท่านไปพบกับ “ข้อควรระวังในการใช้รถกอล์ฟที่คุณอาจไม่รู้” ที่หากท่านเป็นผู้ใช้รถกอล์ฟอยู่ทุกๆ วัน ควรศึกษาและป้องกันเหตุในอนาคตไว้ครับ จะเป็นอย่างไรบ้างนั้น เราไปชมกันดีกว่าครับ หลักการทำงานของรถกอล์ฟ ตัวเครื่องของรถกอล์ฟจะใช้มอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเครื่องยนต์ทั้งหมด ซึ่งทำให้ในระหว่างการขับรถนั้นเงียบ เพราะรถกอล์ฟไฟฟ้าไม่มีเสียงการเร่งเครื่องยนต์ แถมยังนิ่ม หรือไม่มีอาการกระชากในการเปลี่ยนเกียร์ และออกตัว นอกจากนี้การขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ซึ่งต่างจากใช้น้ำมันที่ต้องเกิดการเผาไหม้ ทำให้ไม่เกิดผลพิษทางอากาศ จึงทำให้รถกอล์ฟไฟฟ้าเป็นที่นิยม วิธีดูแลรถกอล์ฟที่ดี ที่สามารถทำได้ง่ายๆ ●หลีกเลี่ยงการวิ่งลุยน้ำขัง การขับรถกอล์ฟลุยเข้าไปในบริเวณที่มีน้ำขัง แม้แต่วิ่งบนพื้นหญ้าหลังฝนตกใหม่ ๆ อาจทำให้น้ำกระเด็นเข้าไปในมอเตอร์ ซึ่งอยู่บริเวณช่วงล่างของตัวรถ อาจทำให้ชิ้นส่วนต่าง ๆ ของเครื่องยนต์ เสื่อมสภาพเร็วขึ้นและมีอายุการใช้งานที่สั้นลงได้ ●ตรวจเช็กลมยางก่อนใช้งาน อะไหล่รถกอล์ฟ ขอบล้อและยางล้อ เป็นสิ่งที่ต้องตรวจสอบเสมอก่อนการใช้งาน เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้โดยสาร และยังช่วยยืดอายุการใช้งานให้นานขึ้นด้วย โดยส่วนสำคัญที่ต้องตรวจสอบคือ ลมยาง ควรอยู่ในระดับที่กำหนดไว้เสมอ ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้ยางและช่วงล่างเสื่อมสภาพ ทั้งยังช่วยให้ขับขี่ได้แบบนุ่มนวลอีกด้วย ●ชาร์จแบตเตอรี่ทุกครั้งหลังใช้งาน แบตเตอรี่รถกอล์ฟเป็นหัวใจหลัก ที่ทำให้รถเคลื่อนที่ได้ จึงควรเตรียมพร้อมด้วยการชาร์จไฟทุกครั้งหลังใช้งาน เพราะหากพลังงานของแบตเตอรี่ เหลือน้อยกว่าประมาณ 1 ใน 5 จะทำให้การชาร์จไฟแต่ละครั้งเกิดความร้อนสะสมเพิ่มขึ้น จนอาจทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็ว และมีอายุการใช้งานสั้นกว่ากำหนดได้ 5 สิ่งที่ควรระวังในการใช้รถกอล์ฟ ●การชาร์จแบตเตอรี่ทันทีหลังจากจอดรถ จะทำให้แบตเตอรี่เสื่อมไว ดังนั้นผู้ ขับรถกอล์ฟ ไม่ควรชาร์จแบตเตอรี่ทันทีหลังจอดรถ เพราะตัวแบตเตอรี่หลังใช้งานมันมีความร้อนสูง การชาร์จแบตเตอรี่ทันทีจะทำให้ตัวแบตเตอรี่ที่มีความร้อนอยู่แล้วเสื่อมเร็ว และทำให้รถกอล์ฟของคุณเสียเร็วขึ้นได้อีกด้วย ●การปล่อยให้แบตเตอรี่หมด ทำให้แบตเตอรี่ของรถกอล์ฟไฟฟ้าเสียหรือเสื่อมเร็วขึ้น เพราะว่าต้องใช้เวลานานในการชาร์จ ทำให้แบตเตอรี่ร้อนผิดปกติ และทำให้รถกอล์ฟของคุณเกิดความเสียหาย และพังได้เร็วขึ้น ทำให้คุณต้องเสียเงินเพื่อซื้อแบตเตอรี่ใหม่เร็วขึ้นอีกด้วย ●การปล่อยให้แบตเตอรี่ต่ำกว่า 30% ถือเป็นสาเหตุสำคัญอีกประการหนึ่งที่ทำให้แบตเตอรี่ของรถกอล์ฟเสื่อมเร็ว เพราะเมื่อแบตเตอรี่ต่ำกว่า ...
Read More