ทุกๆ ท่านที่ขับรถขับรากันนั้น ก็คงจะมีหลายท่านสงสัยเกี่ยวกับ “หน้าปัดรถยนต์” กันอย่างแน่นอนครับ เพราะมีสัญลักษณ์ที่โชว์สิ่งต่างๆ มากมายเลยก็ว่าได้ครับ บทความนี้เลยยากจะพาทุกๆ ท่านไป “รู้จักกับ สัญลักษณ์ต่างๆ บนหน้าปัดรถยนต์” กันดีกว่าครับ มีหลายสัญลักษณ์ที่น่าสนใจกันแบบไหนบ้าง เราไปชมกันเล้ยย
หน้าปัดรถยนต์สำคัญอย่างไร?
หน้าปัดรถยนต์จึงมีบทบาทสำคัญในการสื่อสารข้อมูลระหว่างรถกับผู้ขับ ช่วยให้การขับขี่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น หากมีหน้าปัดที่ดีมีระบบการแสดงข้อมูลที่ชัดเจน ครบถ้วน ผู้ขับก็จะสามารถควบคุมและตรวจสอบสถานะต่างๆ ของรถได้อย่างดียิ่งขึ้น ทำหน้าที่แสดงข้อมูลและสถานะการทำงานของรถยนต์ในด้านต่างๆ ดังนี้
►มาตรวัดความเร็ว (Speedometer) แสดงความเร็วของรถขณะเคลื่อนที่ ช่วยให้คนขับสามารถควบคุมความเร็วได้อย่างเหมาะสม
►มาตรนับรอบเครื่องยนต์ (Tachometer) แสดงจำนวนรอบต่อนาทีของเครื่องยนต์ ช่วยป้องกันการใช้งานเครื่องยนต์ที่รอบสูงจนเกินไป
►มาตรวัดระดับน้ำมันเชื้อเพลิง แสดงปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่เหลืออยู่ เพื่อให้คนขับทราบและเติมน้ำมันไม่ให้หมดระหว่างทาง
►มาตรวัดอุณหภูมิน้ำหล่อเย็น แสดงอุณหภูมิของน้ำหล่อเย็นเครื่องยนต์ เพื่อป้องกันอุณหภูมิสูงจนเครื่องยนต์เกิดความเสียหาย
►ไฟเตือนต่างๆ เช่น ไฟเตือนถังน้ำมันใกล้หมด ไฟเตือนเบรกมือลืมปลด เป็นต้น ช่วยเตือนให้คนขับรับทราบสถานการณ์จำเป็นต่างๆ
►หน้าจอแสดงข้อมูลอื่นๆ เช่น ระยะทางเดินทาง ข้อมูลการประหยัดน้ำมัน ระบบนำทาง เป็นต้น
หน้าปัดรถยนต์จึงมีบทบาทสำคัญในการสื่อสารข้อมูลระหว่างรถกับผู้ขับ ช่วยให้การขับขี่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น หากมีหน้าปัดที่ดีมีระบบการแสดงข้อมูลที่ชัดเจน ครบถ้วน ผู้ขับก็จะสามารถควบคุมและตรวจสอบสถานะต่างๆ ของรถได้อย่างดียิ่งขึ้น
ยกตัวอย่างไฟแสดงต่างๆ บนหน้าปัดรถ
●สัญลักษณ์แจ้งเตือนบนหน้าปัดไฟสีแดง สัญลักษณ์เหล่านี้จะแจ้งเตือนเป็นไฟสีแดง ซึ่งหมายความว่ารถยนต์ของคุณมีอาการผิดปกติอย่างรุนแรง อันตราย อาจเกิดอุบัติเหตุได้ คุณหยุดรถและเช็กอาการตามที่ไฟแจ้งเตือนบอกทันที
●ไฟเตือนระบบเบรก เบรกมือค้างอยู่ ยังไม่ได้เอาเบรกมือลงหรือปลดเบรกมือลงไม่สุด หากฝืนวิ่งต่อ รถจะเคลื่อนตัวได้ช้าเพราะติดเบรกอยู่ และเบรกอาจไหม้ได้
●ไฟเตือนอุณหภูมิเครื่องยนต์ เครื่องยนต์ทำงานหนักติดต่อกันเป็นเวลานาน หรือน้ำในหม้อน้ำหมดหรือรั่ว จนส่งผลให้การระบายความร้อนเรื่องยนต์มีปัญหา ต้องจอดเช็กทันที ไม่เช่นนั้นเครื่องยนต์อาจน็อกได้
●ไฟเตือนระดับน้ำมันเครื่องต่ำ น้ำมันเบรกรถยนต์ต่ำเกินมาตรฐาน อาจได้กลิ่นไหม้ร่วมด้วย เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น น้ำมันเครื่องรั่วหรือตัวกรองน้ำมันเครื่องอุดตัน ส่งผลให้เครื่องยนต์ร้อนเกินไป เครื่องยนต์ทำงานเสียงดังผิดปกติ และอาจทำให้เครื่องยนต์ดับ
●ไฟเตือนระบบป้องกันล้อล็อกผิดปกติ (ABS) ระบบ ABS เกิดความผิดปกติ ระบบ ABS หรือระบบป้องกันล้อล็อกอาจไม่ทำงาน แต่ระบบเบรกปกติยังทำงานอยู่ หากเบรกขณะวิ่งด้วยความเร็วสูง ล้ออาจล็อก คุณจะไม่สามารถควบคุมล้อได้
5. ไฟเตือนพลังงานแบตเตอรี่ แจ้งว่าระบบไดชาร์จทำงานผิดปกติ ไม่สามารถจ่ายไฟเข้าชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์หรือไม่สามารถจ่ายไฟเข้าไปยังระบบรถยนต์ได้ หากไฟเตือนนี้แสดงขึ้นบนหน้าปัดขณะที่รถยนต์ยังทำงานอยู่ คุณควรปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าในรถยนต์เพื่อประหยัดแบตเตอรี่ให้มากที่สุด เช่น วิทยุ เครื่องปรับอากาศ และอย่ารีบดับเครื่องยนต์ทันทีเพราะอาจสตาร์ตเครื่องไม่ติดอีก และควรนำรถยนต์ไปตรวจเช็กไดชาร์จทันที
●ไฟเตือนระบบถุงลมนิรภัย จะปรากฏขึ้นทันทีเมื่อสตาร์ตรถและค้างไว้นานประมาณ 5 วินาทีเพื่อแจ้งว่าระบบถุงลมนิรภัยมีปัญหา ถุงลมนิรภัยอาจไม่ทำงานหากเกิดอุบัติเหตุ คุณจึงควรนำรถเข้าไปตรวจสอบที่ศูนย์บริการโดยทันที
●ไฟเตือนปิดประตูไม่สนิท สัญลักษณ์จะปรากฏขึ้นหากคุณปิดประตูไม่สนิทหรือมีคนเปิดประตูรถทิ้งไว้ เพื่อเตือนให้ปิดประตูให้สนิทก่อนจะออกเดินทาง
เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับข้อมูลเกี่ยวกับ “รู้จักกับ สัญลักษณ์ต่างๆ บนหน้าปัดรถยนต์” ที่พวกเราได้รวบรวมมาฝากทุกๆ ท่านกันครับ คิดว่าน่าจะเป็นข้อมูลที่ดีนะครับ