จีพีเอส

เครื่องติดตามรถ จำเป็นแค่ไหน ใครต้องใช้บ้าง ?

จีพีเอส

          จีพีเอส หรือ GPS ย่อมาจาก Global Positioning System มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการในภาษาไทยว่า “ระบบระบุตำแหน่งบนพื้นโลก” จีพีเอสถูกคิดค้นและผลิตขึ้นโดยกระทรวงกลาโหม ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งปัจจุบันได้อนุญาตให้ทุกคนทั่วโลกสามารถใช้งานเจ้าจีพีเอสนี้ได้อย่างเต็มที่     

จีพีเอสทำงานโดยใช้การสื่อสารกับดาวเทียมโดยเครือข่ายดาวเทียมจะมีทั้งหมด 3 ค่ายหลักดังนี้

          1. Galileo จากยุโรป บริหารงานโดย ESA หรือ European Satellite Agency มีดาวเทียมทั้งหมด 27 ดวง

          2. GLONASS – Global Navigation Satellite จากประเทศรัสเซีย บริหารโดย Russia VKS (Russia Military Space Force)

          3. NAVSTAR – Navigation Satellite Timing and Ranging GPS  จากสหรัฐอเมริกา มีดาวเทียม 28 ดวง ใช้งานจริง 24 ดวง อีก 4 ดวงเป็นตัวสำรอง ซึ่งคนทั่งโลกสามารถใช้งานข้อมูลจีพีเอสจากดาวเทียมของค่าย NAVSTAR ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ตามนโยบายสิทธิการเข้าถึงข้อมูลและข่าวสารสำหรับประชาชนของรัฐบาลสหรัฐ จึงเปิดให้ประชาชนทั่วไปสามารถใช้ข้อมูลดังกล่าวในระดับความแม่นยำที่ไม่เป็นภัยต่อความมันคงของรัฐ

จีพีเอสทำงานอย่างไร ?

          จีพีเอสทำงานโดยใช้ข้อมูลจากดาวเทียม ที่โคจรไปรอบๆ โลก ทั้งหมด 24 ดวง แบ่งออกเป็น ดาวเทียมจีพีเอสหลัก 21 ดวง และดาวเทียมสำรอง  3 ดวง แต่ละดวงมีระยะห่างเท่าๆกัน จากนั้น คนบนพื้นโลกที่มีเครื่องรับสัญญาณจีพีเอสก็จะสามารถรับข้อมูลระบุตำแหน่งที่ตัวเองได้ได้ โดยความแม่นยำจะอยู่ระหว่าง 10-100 เมตร ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์รับสัญญาณที่ใช้ตำแหน่งของดาวเทียมแต่ละดวง

ระบบนำทางจีพีเอสทำงานอย่างไร ?

          ระบบนำทางโดยจีพีเอสจะทำงานโดยใช้สัญญาณจากดาวเทียม เมื่อเราเปิดรับสัญญาณจีพีเอสจากดาวเทียมเมื่อไหร่ ระบบจะแสดงตำแหน่งของเราบนแผนที่ และข้อมูลของเส้นทางต่างๆ โดยอ้างอิงจากข้อมูลที่ระบุไว้ในข้อมูลแผนที่ซึ่งได้มีการสำรวจและส่งข้อมูลไว้ก่อนหน้านี้ จากนั้นระบบจะทำการคำนวณเส้นทางล่วงหน้าเพื่อให้ระบบเสียงนำทางแจ้งเตือนการเลี้ยวการเลือกเส้นทางล่วงหน้าได้  หากมีการออกนอกเส้นทางระบบจะทำการคำนวณเส้นทางให้ใหม่ทันที

แผนที่นำทางของจีพีเอสมาจากไหน ใครเป็นคนทำ ?

          ในประเทศไทยมีผู้จัดทำแผนที่ที่ใช้กับจีพีเอสรายใหญ่ๆ อยู่ 3 รายได้แก่ GARMIN, POWER MAP และ SpeedNavi โดยบริษัทเหล่านี้จะทำการถ่ายภาพทางอากาศจากดาวเทียมมาต่อเรียงกันเพื่อให้เป็นภาพรวมขอประเทศก่อจะอ้างอิงจุดทางภูมิศาสตร์เป็นค่าพิกัดดางเทียมแล้วสร้างข้อมูลต่างๆ จำพวกถนน แม่น้ำ สถานที่ ซึ่งต้องใช้ทรัพยากรและบุคลากรเป็นจำนวนมาก และยังต้องคอยอัพเดตอยู่ตลอดเวลา

          แผนที่ของแต่ละบริษัทก็จะมีความพิเศษแตกต่างกันไป ไม่สามารถดึงแผนที่ของบริษัทนึงไปใช้กับแผนที่ของอีกบริษัทได้ ยกเว้นว่าจะมีรหัสของทางบริษัทจึงจะสามารถทำได้

          แม้เจ้าอุปกรณ์จีพีเอสเหล่านี้จะดูเป็นอุปกรณ์ง่ายๆ แต่ที่จริงแล้วขนาดของข้อมูลและการใช้งานกลับเป็นระบบขนาดใหญ่ระดับโลกที่ช่วยให้ชีวิตเราทุกคนง่ายขึ้น

Related Post

เกียร์มอเตอร์

เกียร์มอเตอร์ กับ มอเตอร์เกียร์ แตกต่างกันอย่างไร ?เกียร์มอเตอร์ กับ มอเตอร์เกียร์ แตกต่างกันอย่างไร ?

หลาย ๆ คนอาจจะได้ยินคำศัพท์ช่างมาใช้ไหมครับ ? ซึ่งเอาจริง ๆ ศัพท์ทางการช่างนั้นค่อนข้างมีความน่าสนใจและสร้างความสับสนให้เราได้เสมออย่างเช่น วงจรปิด กับ วงจรเปิด (กระแสไฟ) ที่เราเคยเรียกกันตอนมัธยมที่ชื่อมันดันสลับกันวงจรเปิดไฟกับไม่มาแต่วงจรปิดไฟกับมาและเมื่อเราโตขึ้นและยังคลุกคลีอยู่กับวงการณ์ช่างจะได้ยินคำศัพท์อีกอย่างหนึ่งนั้นคือ เกียร์มอเตอร์ และ มอเตอร์เกียร์ และทั้งสองมีความแตกต่างกันหรือไม่ ? เกียร์มอเตอร์ นั้นจริง ๆ แล้วเป็นคำที่เราจะได้ยินทั่วไปทั้งไม่ว่าจะประเทศไทย หรือ ทางฝั่งยุโรป ซึ่งชื่อและการทำงานนั้นก็ตามที่เราอ่านได้เลย มอเตอร์เกียร์             มาถึงคำนี้ทุกท่านอาจจะงงกันว่ามันใช่ตัวเดียวกับตัวที่พูดถึงกันหรือไม่ ? ใช่ครับมันคือตัวเดียวกันแต่ นิสัยของคนไทยนั้นบางทีชอบอ่านทับศัพท์จึงทำให้เกิดคำนี้ขึ้นมา

รถสองล้อไฟฟ้า

มลพิษบนท้องถนน เรื่องใกล้ตัวที่ไม่อาจมองข้ามมลพิษบนท้องถนน เรื่องใกล้ตัวที่ไม่อาจมองข้าม

หากพูดถึงภาวะโลกร้อน เมื่อ 10 – 20 ปีที่แล้ว เราก็จะพบว่า ภาวะโลกร้อนนั้น เป็นเรื่องที่แสนจะไกลตัว นั่นก็เพราะว่า เรายังไม่ได้รับผลกระทบอะไรมากมาย แต่หากพูดถึงภาวะโลกร้อนในตอนนี้ เราก็จะพบว่า ภาวะโลกร้อน เริ่มเป็นสิ่งใกล้ตัวคุณมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นก็เพราะว่า แหล่งเผาผลาญพลังงานต่างๆ เริ่มสร้างพลังงานได้มากขึ้นเรื่อยๆ มีการเผาผลาญมากขึ้น แต่แหล่งพลังงานกลับเริ่มน้อยลง จึงขาดสมดุลต่อธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เมื่อพูดแบบกว้างๆ ก็อาจดูไกลตัว หากลองเปรียบเทียบเป็นเรื่องใกล้ตัวอย่างเช่น เรื่องอากาศหายใจบนท้องถนน ที่เราจะต้องพบเจอกันอยู่ทุกวัน เมื่อรถหลายๆ คันสร้างมลพิษบนถนนเป็นจำนวนมาก แต่ไม่มีต้นไม้ที่ช่วยดูดซับสารพิษพวกนั้น

ชุดช่วงล่างคุณภาพสูง

ส่วนประกอบสำคัญของชุดช่วงล่างคุณภาพสูง รถยนต์ส่วนประกอบสำคัญของชุดช่วงล่างคุณภาพสูง รถยนต์

รู้หรือไม่ว่า ชุดช่วงล่างคุณภาพสูง ของรถยนต์นั้น ประกอบไปด้วยส่วนประกอบสุดแสนจะสำคัญทั้งหมด 3 ส่วนประกอบด้วยกัน นั่นก็คือ ลูกหมาก , โช้คอัพ และชุดคันส่ง ซึ่งทั้งลูกหมาก , โช้คอัพ และชุดคันส่งนั้น ต่างก็มีหน้าที่ที่แตกต่างกันออกไป ฉะนั้น จึงขาดสิ่งหนึ่งสิ่งใดไปไม่ได้ และบทความนี้ เราจะพาเพื่อนๆ ไปทำความรู้จักและทำความเข้าใจเกี่ยวกับหน้าที่ของทั้งลูกหมาก , โช้คอัพ และชุดคันส่งกัน  ส่วนประกอบสำคัญของชุดช่วงล่างคุณภาพสูง รถยนต์  ส่วนประกอบแรก คือ ลูกหมาก ลูกหมากถือเป็นชิ้นส่วนสำคัญของช่วงล่างรถยนต์ ซึ่งเป็นปัจจัยที่คอยทำให้รถยนต์ขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพและส่งผลต่อระบบบังคับเลี้ยวของรถยนต์ โดยลูกหมากที่นิยมใช้มีทั้งหมด 5 ประเภท ดังนี้  ลูกหมากคันชัก เป็นลูกหมากที่ยึดติดกับดุมล้อในส่วนของระบบบังคับเลี้ยว มีหน้าที่ในการปรับสมดุลของทิศทางล้อเมื่อเข้าโค้ง  ลูกหมากแร็คช์ เป็นลูกหมากที่ช่วยถ่ายทอดแรงจากการหมุนเลี้ยว มาเป็นการเคลื่อนที่ในแนวตรง  ลูกหมากปีกนกบนและลูกหมากปีกนกล่าง มีความสำคัญในการทำให้ล้อเคลื่อนที่ไปตามทิศทาง ได้อย่าง อิสระ ทั้งพื้นผิวปกติหรือทางต่างระดับ  ลูกหมากกันโคลง เป็นลูกหมากที่ทำหน้าที่ช่วยรับแรงกระแทกเพื่อให้เกิดความนุ่มนวลของตัวรถ  ลูกหมากคันส่งกลาง เป็นลูกหมากที่มีหน้าที่ถ่ายทอดแรงจากการเลี้ยวมาเป็นแนวตรง เช่นเดียวกับ ลูกหมากแร็คช์  ส่วนประกอบที่ 2 คือ โช้คอัพ อีกหนึ่งอุปกรณ์สำคัญที่ช่วยในการควบคุมการยุบและยืดตัวของสปริงและแหนบ