เกียร์มอเตอร์

เกียร์มอเตอร์ กับ มอเตอร์เกียร์ แตกต่างกันอย่างไร ?

เกียร์มอเตอร์

เกียร์มอเตอร์

หลาย ๆ คนอาจจะได้ยินคำศัพท์ช่างมาใช้ไหมครับ ? ซึ่งเอาจริง ๆ ศัพท์ทางการช่างนั้นค่อนข้างมีความน่าสนใจและสร้างความสับสนให้เราได้เสมออย่างเช่น วงจรปิด กับ วงจรเปิด (กระแสไฟ) ที่เราเคยเรียกกันตอนมัธยมที่ชื่อมันดันสลับกันวงจรเปิดไฟกับไม่มาแต่วงจรปิดไฟกับมาและเมื่อเราโตขึ้นและยังคลุกคลีอยู่กับวงการณ์ช่างจะได้ยินคำศัพท์อีกอย่างหนึ่งนั้นคือ เกียร์มอเตอร์ และ มอเตอร์เกียร์ และทั้งสองมีความแตกต่างกันหรือไม่ ?

เกียร์มอเตอร์

นั้นจริง ๆ แล้วเป็นคำที่เราจะได้ยินทั่วไปทั้งไม่ว่าจะประเทศไทย หรือ ทางฝั่งยุโรป ซึ่งชื่อและการทำงานนั้นก็ตามที่เราอ่านได้เลย

มอเตอร์เกียร์

            มาถึงคำนี้ทุกท่านอาจจะงงกันว่ามันใช่ตัวเดียวกับตัวที่พูดถึงกันหรือไม่ ? ใช่ครับมันคือตัวเดียวกันแต่ นิสัยของคนไทยนั้นบางทีชอบอ่านทับศัพท์จึงทำให้เกิดคำนี้ขึ้นมา และเป็นคำที่ใช้งานอย่างแพร่หลายอีกซะด้วย

                ซึ่งหากให้อธิบายง่าย ๆ ไม่ว่าจะ เกียร์มอเตอร์ หรือ มอเตอร์เกียร์ นั้นจะเป็นเครื่องมือทางอุปกรณ์วัตถุไฟฟ้าชนิดหนึ่งที่จะใช้กันอย่างมากในโรงงานโดยหลักการของการทำงานนั้นจะเปลี่ยนพลังงานจากพลังงานไฟฟ้าที่ส่งมาให้กลายเป็นพลังกลแทน ซึ่งจะหลาย แบบ หลายขนาด ให้เราเลือกใช้กัน และแต่ละแบบก็ถูกออกแบบมาให้ใช้กับงานแต่ละประเภทที่ไม่เหมือนกันด้วย

ทำงานอย่างไร

            เกียร์มอเตอร์ นั้นเป้นหนึ่งในชิ้นส่วนสำคัญของเครื่องจักร อย่างเช่นเครื่องสายพาน หรือเครื่องลำเลียงสินค้า โดยหลักการทำงานนั้นก็เหมือนมอเตอร์ทั่วไปนั้นคือเมื่อไฟเข้ามาแล้วมอเตอร์จะหมุนก็จะทำให้สายพานเริ่มทำงานแต่ว่า ! มอเตอร์ที่ได้รับพลังงานไฟฟ้าและแปลงพลังงานมาในรูปพลังงานกลนั้นจะมีความเร็วที่สูง ดังนั้นหน้าที่ของเฟืองต่าง ๆ ในมอเตอร์นั้นจะช่วยลดความเร็ว หรือ “ทดรอบแรงบิด”  เพื่อที่การลำเลี้ยงสินค้าไม่เร็วเกินไปอยู่ในระดับที่พอดีดังนั้นการเลือกเกียร์มอเตอร์ ให้เหมาะสมกับการนั้นก็สำคัญด้วยเช่นกัน เพราะแต่ละแบบ แต่ละชนิดนั้นไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ทำงานเหมือนกันหมดนะครับ

                เท่านี้เราก็รู้แล้วนะครับไม่ว่าจะ เกียร์มอเตอร์ หรือ มอเตอร์เกียร์ นั้นล้วนแต่เป็นของชิ้นเดียวกัน แต่ที่ถูกแยกมาเป็น 2 ชื่อก็เพราะความแตกต่างเรื่องการพูดและการอ่านนี้เองเลยทำให้มี 2 ชื่อ สำหรับใครที่อยู่ในวงการณ์นี้แล้วก็คงจะหายสงสัยแล้วใช่ไหมครับ ? ว่าสรุปแล้วมันชื่ออะไรกันแน่ ? วันนี้เราได้พาทุกท่านมารู้จักแล้วน่าจะคลายความสงสัยได้ดีเลยนะครับสำหรับหัวข้อวันนี้

Related Post

ประกันรถยนต์ชั้น 3 พลัส

ประกันรถยนต์ชั้น 3 พลัส คุ้มครองครบสำหรับคนงบน้อยประกันรถยนต์ชั้น 3 พลัส คุ้มครองครบสำหรับคนงบน้อย

ปัจจุบันการทำประกันภัยรถยนต์มีความคุ้มครองให้เลือกอยู่มาก ทั้งประกันชั้น 1 ที่ให้ความคุ้มครองครบถ้วนตามความต้องการของใครหลายคน แต่ก็ต้องแลกกับราคาเบี้ยประกันที่ค่อนข้างสูง สำหรับคนงบน้อยที่มีข้อจำกัดในเรื่องของเบี้ยประกันภัย แต่ก็อยากได้ความคุ้มครองที่คุ้มค่าที่สุดแล้วล่ะก็ Roojai.com ขอแนะนำประกันชั้น 3 พลัส ประกันภัยรถยนต์ราคาแสนถูกแต่ความคุ้มครองเกินความคุ้มค่า การคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถยนต์ของประกันรถยนต์ชั้น 3 พลัส 1. ความเสียหายต่อตัวรถยนต์ กรณีการชนกับยานพาหนะทางบก บริษัทจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนความเสียหายที่เกิดขึ้นระหว่างระยะเวลาประกันภัย ต่อรถยนต์ รวมทั้งอุปกรณ์เครื่องตกแต่ง หรือสิ่งที่ติดประจำอยู่กับตัวรถยนต์ตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ อันมีสาเหตุมาจากการชนกับยานพาหนะทางบก โดยจำนวนเงินคุ้มครองสูงสุดไม่เกิน 200,000 บาทต่อครั้ง 2. บริการรถยก 24 ชั่วโมง

Jekshockup

วิธีตรวจเช็คช่วงล่างรถยนต์ได้ด้วยตนเองง่าย ๆวิธีตรวจเช็คช่วงล่างรถยนต์ได้ด้วยตนเองง่าย ๆ

ช่วงล่างรถยนต์ถือเป็นสิ่งสำคัญหรือเป็นโครงสร้างหลักของรถยนต์เลยก็ว่าได้ แต่ปัญหาก็คือ ถ้าอย่างเรา ๆ ที่ทำหน้าที่เพียงเป็นผู้ขับรถไม่มีความรู้ด้านช่างซึ่งไม่พอต่อความปลอดภัยในการใช้รถของเราอย่างแน่ ๆ ในวันนี้เราจะพากันไปดู วิธีการตรวจเช็คช่วงล่างรถยนต์ได้ด้วยตนเองง่าย ๆ จากการสังเกต ผู้ขับขี่ไม่มีความรู้เรื่องช่างอย่างเราๆ ก็สามารถเข้าใจได้ รู้อย่างนี้แล้ว ก็ไปร่วมศึกษากันได้เลยครับ 1. การส่องยางกันฝุ่นด้วยตาเปล่า วิธีการสังเกตยางกันฝุ่นลูกหมากนั้น ทำได้ง่ายมากครับ เพราะมันคือ “ยาง” ซึ่งเนื้อยางมันเมื่อถูกกระแทก สั่นสะเทือน หรือ มีอุณหภูมิ ก็อาจทำให้เกิดการขยายตัวของเนื้อยางบ้าง แต่การขยายตัวของเนื้อยางนั้น เป็นปกติของยางกันฝุ่นลูกหมาก เพราะลูกหมากนั้นนอกจะยึดติดกับชิ้นส่วนช่วงล่างแล้ว มันยังถูกกระทำด้วยแรงกระแทก สั่นสะเทือน

ให้เช่ารถ

ข้อดีของการ “เลือกใช้บริการ ให้เช่ารถ”ข้อดีของการ “เลือกใช้บริการ ให้เช่ารถ”

เชื่อว่าการมีรถยนต์ส่วนตัวนั้น ถือเป้นอีกหนึ่งข้อดีของใคร ๆ หลายคน  แต่แน่นอนว่าการมีรถยนต์เองก็มาพร้อมหนี้ก้อนใหญ่ด้วยเช่นกัน ซึ่งบางทีบางคนนั้นอาจจะยังเลือกใช้บริการ “ให้เช่ารถ” มากกว่า ดังนั้นในบทความนี้เราอยากจะขอพูดถึง ข้อดีของการ “เลือกใช้บริการ ให้เช่ารถ”  กันสักหน่อยนะครับ ว่าการเลือกใช้บริการให้เช่ารถนั้นมีข้อดีอย่างไร ไม่มีภาระที่ต้องส่ง แน่นอนว่าในการทำงานปกติเราอาจจะขี่รถจักยานยนต์ไปใช้ในการทำงาน เราจะใช้รถยนต์ก็ต่อเมื่อต้องไปไหนมาไหนใกล ๆ อย่างเช่นต่างจังหวัดกันเป็นส่วนมาก ดังนั้นถ้าหากเราเลือกใช้บริการให้เช่ารถ นั้นปัญหาของหนี้ติดพันจะหมดไปเพราะเราจะเปลี่ยนจากหนี้มาใช้กลายเป็นการเช่าแทนในความจำเป็นต้องใช้จริง ๆ มีการประกันภัยไว้แล้ว รถยนต์จากบริการให้เช่ารถนั้นจะส่วนมากจะมีการประกันรถยนต์ติดไว้แล้วเสมอ โดยส่วนมากนั้นจะเป็นประกันภัยชั้น 1 ที่ครอบคลุมทั้งตัวรถยนต์ คู่กรณี และ ตัวเราด้วยนะครับ