รถกอล์ฟไฟฟ้า

มาทำความรู้จักกับรถกอล์ฟไฟฟ้า

รถกอล์ฟไฟฟ้า

รถกอล์ฟ คือ รถที่มักใช้ในสนามกอล์ฟ เนื่องจากสนามมีขนาดใหญ่ จึงใช้เพื่อขนของหรือสัมภาระต่างๆ ที่มีน้ำหนักมากและพาโปรกอล์ฟไปยังจุดต่างๆ เพื่อสนุกสนานกับกีฬากอล์ฟ มีทั้งแบบเป็นรถกอล์ฟไฟฟ้าและน้ำมันเป็นพลังงาน แต่แน่นอนว่าทุกวันนี้ โลกของเราเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และได้รับผลกระทบจากมลพิษทางอากาศมากมาย ดังนั้นรถกอล์ฟที่แนะนำคงจะหนีไม่พ้นรถกอล์ฟไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้ากันอีกเช่นเคย  

วิธีการชาร์จรถกอล์ฟไฟฟ้า  

ถ้าหากใช้เครื่องมือชาร์จแบบปกติ ก็จะสามารถชาร์จรถกอล์ฟไปได้ทุกทีแบบสบายๆ โดยมีกระแสไฟฟ้า 10 Ampere ซึ่งจะใช้เวลานานถึง 8 – 14 ชั่วโมง อยู่ที่ความจุของแบตเตอรี่อีกด้วย ซึ่งผู้ใช้จะต้องมีความเข้าใจค่อนข้างสูง แต่ถ้าหากใช้อุปกรณ์พิเศษสำหรับรถกอล์ฟไฟฟ้า ก็สามารถที่จะชาร์จในบ้านได้ ซึ่งจะใช้เพิ่มระดับไฟฟ้าในแรงขึ้นมาอีกหน่อย จึงจะทำให้ใช้เวลาชาร์จเพียง 4 – 8 ชั่วโมงเท่านั้น และสุดท้ายก็คือการชาร์จรถกอล์ฟด้วยไฟฟ้าในแบบแรงสูง แต่ก็ยังไม่มีการใช้งานแต่อย่างไร เพราะอาจจะยังอยู่ในขั้นตอนของการพัฒนาระบบอยู่ โดยคาดการณ์ไว้ว่าอาจจะใช้ระยะเวลาเพียงแค่ 10 – 20 นาทีเท่านั้น  

หลักการทำงานของรถกอล์ฟไฟฟ้า 

จะใช้มอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเครื่องยนต์ทั้งหมด ซึ่งทำให้ในระหว่างการขับรถนั้นเงียบ เพราะรถกอล์ฟไฟฟ้าไม่มีเสียงการเร่งเครื่องยนต์ แถมยังนิ่ม หรือไม่มีอาการกระชากในการเปลี่ยนเกียร์ และออกตัว นอกจากนี้การขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ซึ่งต่างจากใช้น้ำมันที่ต้องเกิดการเผาไหม้ ทำให้ไม่เกิดผลพิษทางอากาศ จึงทำให้รถกอล์ฟไฟฟ้าเป็นที่นิยม  

ลักษณะเด่นของรถกอล์ฟไฟฟ้า 

สามารถจุผู้โดยสารได้ตั้งแต่ 2 – 6 คน สามารถขับเคลื่อนได้ระยะทางสูงสุดตั้งแต่ 70 – 100 กิโลเมตร ขึ้นอยู่กับแต่ละรุ่น ความเร็วสูงสุดที่ทำได้ราวๆ 22-23 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โครงสร้างรถทำจากเหล็ก พลังงานแบตเตอรี่ 8 โวทล์ 170 แอมป์ จำนวน 6 ลูก มอเตอร์จับเคลื่อน DC 48 โวลท์ 3-4 กิโลวัตต์ มักมาในดีไซน์สีขาวสะอาด ซึ่งเป็นเอกลักษณ์โดยทั่วไปของรถกอล์ฟ  

อย่างไรก็ตาม แม้ว่ารถกอล์ฟไฟฟ้าจะมีกำลังขับเคลื่อนและแรงบิดที่น้อยกว่ารถกอล์ฟที่ใช้ระบบเผาไหม้พลังงาน แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาอย่างแน่นอน แม้ว่าจะเคลื่อนตัวได้ช้ากว่าปกติ แต่นั่นก็สามารถนับเป็นข้อดีได้อยู่บ้าง เพราะการค่อยๆ เคลื่อนตัวไปอย่างช้าๆ จะทำให้คนขับได้เพลิดเพลินกับธรรมชาติและรู้สึกปลอดภัย  

Related Post

ซื้อของออนไลน์

เทคนิคการส่งของให้เร็วขึ้นสำหรับแม่ค้าออนไลน์เทคนิคการส่งของให้เร็วขึ้นสำหรับแม่ค้าออนไลน์

ต้องบอกว่าการทำธุรกิจออนไลน์นยุคนี้ได้รับความนิยมอย่างสูง เพราะคนส่วนใหญ่ต้องการความสะดวกสบายให้กับตัวเอง จึงเปลี่ยนวิธีการซื้อของจากเดิมที่ต้องไปซื้อตามหน้าร้าน มาเป็นการซื้อในอินเตอร์เน็ตแทน และที่สำคัญการซื้อของในอินเตอร์เน็ตยังมีราคาถูกกว่าด้วย ยิ่งทำให้คนที่ทำการค้าออนไลน์ มีโอกาสที่จะได้กำไรมากกว่าเดิม และปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่จะทำให้ลูกค้าเลือกใช้บริการในร้านของเราก็คือ วิธีการในการจัดส่งที่ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งการ ขนส่งไปขอนแก่น ในยุคนี้นั้นจะต้องมีความรวดเร็ว และตัวแปรสำคัญก็คือการ ลองมาดูว่ามีเทคนิคอะไรอีกบ้างที่จะช่วยให้บรรดาพ่อค้าแม้ค้าทั้งหลายส่งของได้เร็วยิ่งขึ้น 1.แพ็คของให้เรียบร้อยก่อนส่งจากที่บ้าน หลังจากที่ได้รับออเดอร์จากลูกค้ามา แนะนำว่าให้แม่ค้าแพ็คสินค้าให้เรียบร้อยหนาแน่นจากที่บ้านไปเลย จะได้ไม่ต้องงไปเสียเวลาในการแพ็คที่หน้าศูนย์ส่ง เพราะนั่นจะทำให้เสียเวลาอย่างมาก และถ้าหากมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการเยอะด้วย ก็ยิ่งทำให้เสี่ยงที่จะเสียเวลามากขึ้นไปอีก สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรลืมในการส่งของงก็คือ การใช้แพ็คเกจที่เหมาะสม มีความแข็งแรงกับชนิดของพัสดุที่ส่งด้วย เพราะบางครั้งการขนส่งอาจจะมีการกระแทกบ้าง ไม่เช่นนั้นอาจจะต้องมาเสียเวลาเปลี่ยนของให้กับลูกค้าใหม่ ในกรณีที่เกิดความเสียหายขึ้น 2.ให้ส่งตั้งแต่เช้า ก่อนอื่นเราต้องรู้ก่อนว่าจุดที่ต้องการขนส่งพัสดุให้กับลูกค้านั้นอยู่ที่ไหน ห่างไกลจากที่จะที่อยู่มากเท่าไหร่

ชุดช่วงล่างคุณภาพสูง

ส่วนประกอบสำคัญของชุดช่วงล่างคุณภาพสูง รถยนต์ส่วนประกอบสำคัญของชุดช่วงล่างคุณภาพสูง รถยนต์

รู้หรือไม่ว่า ชุดช่วงล่างคุณภาพสูง ของรถยนต์นั้น ประกอบไปด้วยส่วนประกอบสุดแสนจะสำคัญทั้งหมด 3 ส่วนประกอบด้วยกัน นั่นก็คือ ลูกหมาก , โช้คอัพ และชุดคันส่ง ซึ่งทั้งลูกหมาก , โช้คอัพ และชุดคันส่งนั้น ต่างก็มีหน้าที่ที่แตกต่างกันออกไป ฉะนั้น จึงขาดสิ่งหนึ่งสิ่งใดไปไม่ได้ และบทความนี้ เราจะพาเพื่อนๆ ไปทำความรู้จักและทำความเข้าใจเกี่ยวกับหน้าที่ของทั้งลูกหมาก , โช้คอัพ และชุดคันส่งกัน  ส่วนประกอบสำคัญของชุดช่วงล่างคุณภาพสูง รถยนต์  ส่วนประกอบแรก คือ ลูกหมาก ลูกหมากถือเป็นชิ้นส่วนสำคัญของช่วงล่างรถยนต์ ซึ่งเป็นปัจจัยที่คอยทำให้รถยนต์ขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพและส่งผลต่อระบบบังคับเลี้ยวของรถยนต์ โดยลูกหมากที่นิยมใช้มีทั้งหมด 5 ประเภท ดังนี้  ลูกหมากคันชัก เป็นลูกหมากที่ยึดติดกับดุมล้อในส่วนของระบบบังคับเลี้ยว มีหน้าที่ในการปรับสมดุลของทิศทางล้อเมื่อเข้าโค้ง  ลูกหมากแร็คช์ เป็นลูกหมากที่ช่วยถ่ายทอดแรงจากการหมุนเลี้ยว มาเป็นการเคลื่อนที่ในแนวตรง  ลูกหมากปีกนกบนและลูกหมากปีกนกล่าง มีความสำคัญในการทำให้ล้อเคลื่อนที่ไปตามทิศทาง ได้อย่าง อิสระ ทั้งพื้นผิวปกติหรือทางต่างระดับ  ลูกหมากกันโคลง เป็นลูกหมากที่ทำหน้าที่ช่วยรับแรงกระแทกเพื่อให้เกิดความนุ่มนวลของตัวรถ  ลูกหมากคันส่งกลาง เป็นลูกหมากที่มีหน้าที่ถ่ายทอดแรงจากการเลี้ยวมาเป็นแนวตรง เช่นเดียวกับ ลูกหมากแร็คช์  ส่วนประกอบที่ 2 คือ โช้คอัพ อีกหนึ่งอุปกรณ์สำคัญที่ช่วยในการควบคุมการยุบและยืดตัวของสปริงและแหนบ

เกียร์มอเตอร์

เกียร์มอเตอร์ กับ มอเตอร์เกียร์ แตกต่างกันอย่างไร ?เกียร์มอเตอร์ กับ มอเตอร์เกียร์ แตกต่างกันอย่างไร ?

หลาย ๆ คนอาจจะได้ยินคำศัพท์ช่างมาใช้ไหมครับ ? ซึ่งเอาจริง ๆ ศัพท์ทางการช่างนั้นค่อนข้างมีความน่าสนใจและสร้างความสับสนให้เราได้เสมออย่างเช่น วงจรปิด กับ วงจรเปิด (กระแสไฟ) ที่เราเคยเรียกกันตอนมัธยมที่ชื่อมันดันสลับกันวงจรเปิดไฟกับไม่มาแต่วงจรปิดไฟกับมาและเมื่อเราโตขึ้นและยังคลุกคลีอยู่กับวงการณ์ช่างจะได้ยินคำศัพท์อีกอย่างหนึ่งนั้นคือ เกียร์มอเตอร์ และ มอเตอร์เกียร์ และทั้งสองมีความแตกต่างกันหรือไม่ ? เกียร์มอเตอร์ นั้นจริง ๆ แล้วเป็นคำที่เราจะได้ยินทั่วไปทั้งไม่ว่าจะประเทศไทย หรือ ทางฝั่งยุโรป ซึ่งชื่อและการทำงานนั้นก็ตามที่เราอ่านได้เลย มอเตอร์เกียร์             มาถึงคำนี้ทุกท่านอาจจะงงกันว่ามันใช่ตัวเดียวกับตัวที่พูดถึงกันหรือไม่ ? ใช่ครับมันคือตัวเดียวกันแต่ นิสัยของคนไทยนั้นบางทีชอบอ่านทับศัพท์จึงทำให้เกิดคำนี้ขึ้นมา