ประกันรถยนต์ชั้น 3 พลัส

ประกันรถยนต์ชั้น 3 พลัส คุ้มครองครบสำหรับคนงบน้อย

ประกันรถยนต์ชั้น 3 พลัส

ประกันรถยนต์ชั้น 3 พลัส

ปัจจุบันการทำประกันภัยรถยนต์มีความคุ้มครองให้เลือกอยู่มาก ทั้งประกันชั้น 1 ที่ให้ความคุ้มครองครบถ้วนตามความต้องการของใครหลายคน แต่ก็ต้องแลกกับราคาเบี้ยประกันที่ค่อนข้างสูง สำหรับคนงบน้อยที่มีข้อจำกัดในเรื่องของเบี้ยประกันภัย แต่ก็อยากได้ความคุ้มครองที่คุ้มค่าที่สุดแล้วล่ะก็ Roojai.com ขอแนะนำประกันชั้น 3 พลัส ประกันภัยรถยนต์ราคาแสนถูกแต่ความคุ้มครองเกินความคุ้มค่า

การคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถยนต์ของประกันรถยนต์ชั้น 3 พลัส

1. ความเสียหายต่อตัวรถยนต์ กรณีการชนกับยานพาหนะทางบก

บริษัทจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนความเสียหายที่เกิดขึ้นระหว่างระยะเวลาประกันภัย ต่อรถยนต์ รวมทั้งอุปกรณ์เครื่องตกแต่ง หรือสิ่งที่ติดประจำอยู่กับตัวรถยนต์ตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ อันมีสาเหตุมาจากการชนกับยานพาหนะทางบก โดยจำนวนเงินคุ้มครองสูงสุดไม่เกิน 200,000 บาทต่อครั้ง

2. บริการรถยก 24 ชั่วโมง (เนื่องจากอุบัติเหตุ)

เมื่อรถยนต์เกิดความเสียหายซึ่งมีการคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยนี้ บริษัทจะจ่ายค่าดูแลรักษารถยนต์ และค่าขนย้ายรถยนต์ทั้งหมดนับแต่วันเกิดเหตุ จนกว่าการซ่อมแซม หรือการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจะเสร็จสิ้นตามจำนวนที่จ่ายไปจริง แต่ไม่เกินร้อยละยี่สิบของค่าซ่อมแซม โดยจำนวนเงินคุ้มครองร้อยละ 20 ของค่าซ่อม

นอกจากนี้ประกันชั้น 3 พลัส ยังครอบคลุมไปถึงค่ารักษาพยาบาลอีกด้วย โดยบริษัทประกันภัยจะใช้ค่ารักษาพยาบาล ค่าบริการทางการแพทย์ ค่าผ่าตัด และค่าบริการอื่น ๆ ตามที่จ่ายจริง เนื่องจากอุบัติเหตุในขณะอยู่ใน หรือกำลังขึ้น หรือกำลังลงจากรถยนต์ โดยจำนวนเงินคุ้มครองสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทต่อคน นับว่าเป็นการประกันภัยรถยนต์ที่คุ้มค่าและครบถ้วนเป็นอย่างมาก

หากมองอย่างผิวเผินแล้ว ประกันรถยนต์ชั้น 3 พลัส ก็มีความคล้ายคลึงกับประกันชั้น 1 อยู่บ้าง แต่แตกต่างกันที่ไม่ได้คุ้มครองกรณีอุบัติเหตุจากการชนสิ่งอื่นที่มิใช่รถ ทั้งการเฉี่ยวชนรั้ว การขับชนทางเท้า หรือแม้กระทั่งการชนเสาไฟฟ้า แต่ก็นับว่าประกันชั้น 3 พลัส ได้มอบความคุ้มครองที่คุ้มค่ากับเบี้ยประกันอยู่มาก และหากเลือกทำประกันภัยกับบริษัทประกันภัย หรือนายหน้าประกันภัยที่มีความน่าเชื่อถือ ที่สามารถเลือกราคาเบี้ยประกันได้ด้วยก็จะเพิ่มความคุ้มค่าในการทำประกันชั้น 3 พลัสมากขึ้นแน่นอน

Related Post

เกียร์มอเตอร์

เกียร์มอเตอร์ กับ มอเตอร์เกียร์ แตกต่างกันอย่างไร ?เกียร์มอเตอร์ กับ มอเตอร์เกียร์ แตกต่างกันอย่างไร ?

หลาย ๆ คนอาจจะได้ยินคำศัพท์ช่างมาใช้ไหมครับ ? ซึ่งเอาจริง ๆ ศัพท์ทางการช่างนั้นค่อนข้างมีความน่าสนใจและสร้างความสับสนให้เราได้เสมออย่างเช่น วงจรปิด กับ วงจรเปิด (กระแสไฟ) ที่เราเคยเรียกกันตอนมัธยมที่ชื่อมันดันสลับกันวงจรเปิดไฟกับไม่มาแต่วงจรปิดไฟกับมาและเมื่อเราโตขึ้นและยังคลุกคลีอยู่กับวงการณ์ช่างจะได้ยินคำศัพท์อีกอย่างหนึ่งนั้นคือ เกียร์มอเตอร์ และ มอเตอร์เกียร์ และทั้งสองมีความแตกต่างกันหรือไม่ ? เกียร์มอเตอร์ นั้นจริง ๆ แล้วเป็นคำที่เราจะได้ยินทั่วไปทั้งไม่ว่าจะประเทศไทย หรือ ทางฝั่งยุโรป ซึ่งชื่อและการทำงานนั้นก็ตามที่เราอ่านได้เลย มอเตอร์เกียร์             มาถึงคำนี้ทุกท่านอาจจะงงกันว่ามันใช่ตัวเดียวกับตัวที่พูดถึงกันหรือไม่ ? ใช่ครับมันคือตัวเดียวกันแต่ นิสัยของคนไทยนั้นบางทีชอบอ่านทับศัพท์จึงทำให้เกิดคำนี้ขึ้นมา

Jekshockup

วิธีตรวจเช็คช่วงล่างรถยนต์ได้ด้วยตนเองง่าย ๆวิธีตรวจเช็คช่วงล่างรถยนต์ได้ด้วยตนเองง่าย ๆ

ช่วงล่างรถยนต์ถือเป็นสิ่งสำคัญหรือเป็นโครงสร้างหลักของรถยนต์เลยก็ว่าได้ แต่ปัญหาก็คือ ถ้าอย่างเรา ๆ ที่ทำหน้าที่เพียงเป็นผู้ขับรถไม่มีความรู้ด้านช่างซึ่งไม่พอต่อความปลอดภัยในการใช้รถของเราอย่างแน่ ๆ ในวันนี้เราจะพากันไปดู วิธีการตรวจเช็คช่วงล่างรถยนต์ได้ด้วยตนเองง่าย ๆ จากการสังเกต ผู้ขับขี่ไม่มีความรู้เรื่องช่างอย่างเราๆ ก็สามารถเข้าใจได้ รู้อย่างนี้แล้ว ก็ไปร่วมศึกษากันได้เลยครับ 1. การส่องยางกันฝุ่นด้วยตาเปล่า วิธีการสังเกตยางกันฝุ่นลูกหมากนั้น ทำได้ง่ายมากครับ เพราะมันคือ “ยาง” ซึ่งเนื้อยางมันเมื่อถูกกระแทก สั่นสะเทือน หรือ มีอุณหภูมิ ก็อาจทำให้เกิดการขยายตัวของเนื้อยางบ้าง แต่การขยายตัวของเนื้อยางนั้น เป็นปกติของยางกันฝุ่นลูกหมาก เพราะลูกหมากนั้นนอกจะยึดติดกับชิ้นส่วนช่วงล่างแล้ว มันยังถูกกระทำด้วยแรงกระแทก สั่นสะเทือน

ซื้อของออนไลน์

เทคนิคการส่งของให้เร็วขึ้นสำหรับแม่ค้าออนไลน์เทคนิคการส่งของให้เร็วขึ้นสำหรับแม่ค้าออนไลน์

ต้องบอกว่าการทำธุรกิจออนไลน์นยุคนี้ได้รับความนิยมอย่างสูง เพราะคนส่วนใหญ่ต้องการความสะดวกสบายให้กับตัวเอง จึงเปลี่ยนวิธีการซื้อของจากเดิมที่ต้องไปซื้อตามหน้าร้าน มาเป็นการซื้อในอินเตอร์เน็ตแทน และที่สำคัญการซื้อของในอินเตอร์เน็ตยังมีราคาถูกกว่าด้วย ยิ่งทำให้คนที่ทำการค้าออนไลน์ มีโอกาสที่จะได้กำไรมากกว่าเดิม และปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่จะทำให้ลูกค้าเลือกใช้บริการในร้านของเราก็คือ วิธีการในการจัดส่งที่ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งการ ขนส่งไปขอนแก่น ในยุคนี้นั้นจะต้องมีความรวดเร็ว และตัวแปรสำคัญก็คือการ ลองมาดูว่ามีเทคนิคอะไรอีกบ้างที่จะช่วยให้บรรดาพ่อค้าแม้ค้าทั้งหลายส่งของได้เร็วยิ่งขึ้น 1.แพ็คของให้เรียบร้อยก่อนส่งจากที่บ้าน หลังจากที่ได้รับออเดอร์จากลูกค้ามา แนะนำว่าให้แม่ค้าแพ็คสินค้าให้เรียบร้อยหนาแน่นจากที่บ้านไปเลย จะได้ไม่ต้องงไปเสียเวลาในการแพ็คที่หน้าศูนย์ส่ง เพราะนั่นจะทำให้เสียเวลาอย่างมาก และถ้าหากมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการเยอะด้วย ก็ยิ่งทำให้เสี่ยงที่จะเสียเวลามากขึ้นไปอีก สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรลืมในการส่งของงก็คือ การใช้แพ็คเกจที่เหมาะสม มีความแข็งแรงกับชนิดของพัสดุที่ส่งด้วย เพราะบางครั้งการขนส่งอาจจะมีการกระแทกบ้าง ไม่เช่นนั้นอาจจะต้องมาเสียเวลาเปลี่ยนของให้กับลูกค้าใหม่ ในกรณีที่เกิดความเสียหายขึ้น 2.ให้ส่งตั้งแต่เช้า ก่อนอื่นเราต้องรู้ก่อนว่าจุดที่ต้องการขนส่งพัสดุให้กับลูกค้านั้นอยู่ที่ไหน ห่างไกลจากที่จะที่อยู่มากเท่าไหร่